UFABETWINS ของดีราคาถูก

UFABETWINS อีกหนึ่งเหตุผลที่นักเตะจากอุรุกวัย กลายเป็นกำลังหลักแอตเลติโก มาดริด

ยาวนานนับกว่าสิบปี คือแนวทางการคว้าตัวผู้เล่นราคาถูก แต่คุณภาพดี มาร่วมทัพ หากเทียบราคาผู้เล่นอุรุกวัย กับ บราซิล และอาร์เจนตินา จะพบว่านักเตะจาก 2 ชาติหลังมีค่าตัวสูงกว่ามาก เนื่องจาก ลีกฟุตบอลของบราซิล และอาร์เจนตินา ประสบความสำเร็จในระดับทวีปบ่อยครั้ง เปิดทางให้ผู้เล่นดาวรุ่งโชว์ผลงานตั้งแต่เด็ก ทำให้ค่าตัวพุ่งสูงขึ้นแม้อายุยังน้อย สวนทางกัน นักเตะอุรุกวัยมักย้ายสู่ทีมขนาดเล็กในยุโรป เพื่อหาโอกาสลงเล่น ด้วยค่าตัวที่ไม่สูงมากแต่แรก จึงไม่ใช่เรื่องยากหากสโมสรที่มีงบจำกัด เช่น แอตเลติโก มาดริด จะคว้านักเตะฝีมือดีในราคาที่รับได้นักเตะชุดแชมป์ลาลีกา ไล่ตั้งแต่ ดิเอโก โกดิน ย้ายจาก บี

ยาร์เรอัล ด้วยราคา 8 ล้านยูโร, โฆเซ กิเมเนซ ย้ายจาก ดานูบิโอ ด้วยราคา 8 แสนยูโร และ คริสเตียน โรดริเกวซ เซ็นฟรีหลังหมดสัญญากับ ปอร์โต ส่วน เอมิเลียโน เวลาสเกซ เซ็นเตอร์แบ็คที่เซ็นสัญญาหลังคว้าแชมป์ลีก แม้ไม่ประสบความสำเร็จมากนัก แอตเลติโก มาดริด ยังคว้าตัวด้วยราคาเพียง 1.1 ล้านยูโร ตำแหน่งที่ยืนยันความสำเร็จในการเซ็นสัญญาผู้เล่นอุรุกวัยมากที่สุด คือ กองหน้า พวกเขาคว้า ดิเอโก อลอนโซ ด้วยการยืมตัวจาก บาเลนเซีย ต่อด้วย ดิเอโก ฟอร์ลัน ด้วยราคาถูกกว่ากองหน้าดาวรุ่งชาวอาร์เจนไตน์ในขณะนั้นอย่าง เซร์คิโอ อเกวโร และล่าสุดคือ หลุยส์ ซัวเรส แบบไม่มีค่าตัว (แต่มีออปชั่นค่าตัวตาม

UFABETWINS

ความสำเร็จในอนาคต) จาก บาร์เซโลน่าทั้ง 3 คือนักเตะมีความสามารถ ที่ถูกมองข้ามจากทีมใหญ่ แอตเลติโก มาดริด จึงผายมือต้อนรับ นำกองหน้าเหล่านี้เข้ามาเป็นกำลังหลักในเกมรุก เนื่องจากไม่มีเม็ดเงินมากพอซื้อกองหน้าจากชาติมหาอำนาจในโลกฟุตบอล ความฉลาดในการเลือกนักเตะราคาถูก บวกกับแนวทางการเล่นที่ไม่แตกต่าง ส่งผลให้นักเตะอุรุกวัย ที่หลายคนมองว่าไร้เทคนิค มีแต่พละกำลัง และแฝงด้วยความป่าเถื่อน สามารถประสบความสำเร็จกับ แอตเลติโก มาดริด และกลายเป็นกำลังหลักของสโมสร ตั้งแต่อดีต จนถึงปัจจุบัน หลุยส์ ซัวเรส คงไม่ใช่ผู้เล่นอุรุกวัยคนสุดท้ายของสโมสรแห่งนี้ เวลาจะบอก

กับแฟนบอลทั่วโลกว่า นักเตะอุรุกวัยคนต่อไป ที่ก้าวเข้ามาประสบความสำเร็จกับ แอตเลติโก มาดริด คือใคร ? อดใจรอสักหน่อย เราคงได้รู้คำตอบนั้นพร้อมกันซึ่งไม่ใช่กองหลังที่จ่ายบอลดีมากนัก แต่เรื่องความแข็งแกร่ง พวกเขายืนหนึ่งแบบไม่มีใครเทียบผลงานในศึกฟุตบอลโลก 2018 คือเครื่องยืนยันความสำเร็จแนวทางฟุตบอลเกมรับของอุรุกวัย พวกเขาผ่านเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้าย จากการยิง 7 ประตู ตลอดทัวร์นาเมนต์ และครองบอลเพียง 47.7 เปอร์เซ็นต์ แต่สามารถแทคเกิลคู่แข่งเฉลี่ย 18 ครั้งต่อเกม และตัดบอลเฉลี่ย 15.8 ครั้งต่อเกมมองให้ลึกลงไป จำนวน 4 จาก 7 ประตูที่อุรุกวัยทำได้ในฟุตบอลโลก 2018 มาจากการ

เข้าทำด้วยลูกตั้งเตะ มีเพียง 2 ลูกเท่านั้น ที่มาจากโอเพนเพลย์ สวนทางเพื่อนร่วมทวีปอย่าง บราซิล และอาร์เจนตินา ที่ทำประตูจากโอเพนเพลย์ 6 และ 5 ลูก ตามลำดับหันมาฝั่งของ แอตเลติโก มาดริด ฟุตบอลของทัพตราหมีที่วางรากฐานโดย ดิเอโก ซิมิโอเน กุนซือชาวอาร์เจนตินา มีรูปแบบการเล่นที่คล้ายคลึงกับอุรุกวัย คือให้ความสำคัญกับพละกำลัง, เกมรับ และบอลสวนกลับ เห็นชัดจากความสำเร็จ ฤดูกาล 2013-14 ที่แอตเลติโก มาดริด คว้าแชมป์ลีก ทัพตราหมีครองบอล 49.1 เปอร์เซ็นต์ และยิงประตูรวม 77 เป็นตัวเลขที่น้อยกว่า บาร์เซโลนา หรือ เรอัล มาดริด แต่ใช้ทีเด็ดจากเกมรับที่เสียประตูน้อยที่สุดในลีก 26 ประตู และ

การโจมตีจากลูกตั้งเตะ 18 ประตู ก็เพียงพอทำให้แอตเลติโก มาดริด คว้าแชมป์ลีกมาครอง เมื่อนำสถิติที่ปรากฎ บวกกับข้อมูลในเกม Football Manger 2020 ระบุสไตล์การเล่นของ ออสการ์ ตาบาเรซ เฮดโค้ชวัย 73 ปี ของทีมชาติอุรุกวัย และ ดิเอโก ซิมิโอเน ที่เหมือนกันว่า เล่นบอลสวนกลับ, พึ่งพาลูกตั้งเตะ, เล่นเกมรับเพื่อรักษาสกอร์นำ แถมทั้ง 2 ฝ่าย ไม่ใช่ทีมฟุตบอลที่เปลี่ยนโค้ชบ่อยครั้ง ตาบาเรซทำงานกับทีมชาติอุรุกวัย ตั้งแต่ปี 2006 เช่นเดียวกับซิมิโอเน ที่ใกล้คุมทัพตราหมีครบ 10 ปี จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่นักเตะทีมชาติอุรุกวัย จะประสบความสำเร็จกับ แอตเลติโก มาดริด มากกว่าทีมอื่น เนื่องจากคุ้นชินกับสไตล์ฟุตบอลเกมรับ เน้นสวนกลับ ที่ฝังรากลึกของทั้งสองทีม จาก บาร์เซโลน่า ทั้ง 3 คือนักเตะมีความสามารถ ที่ถูกมองข้ามจากทีมใหญ่ แอตเลติโก มาดริด จึงผายมือ

ต้อนรับ นำกองหน้าเหล่านี้เข้ามาเป็นกำลังหลักในเกมรุก เนื่องจากไม่มีเม็ดเงินมากพอซื้อกองหน้าจากชาติมหาอำนาจในโลกฟุตบอล ความฉลาดในการเลือกนักเตะราคาถูก บวกกับแนวทางการเล่นที่ไม่แตกต่าง ส่งผลให้นักเตะอุรุกวัย ที่หลายคนมองว่าไร้เทคนิค มีแต่พละกำลัง และแฝงด้วยความป่าเถื่อน สามารถประสบความสำเร็จกับ แอตเลติโก มาดริด และกลายเป็นกำลังหลักของสโมสร ตั้งแต่อดีต จนถึงปัจจุบัน หลุยส์ ซัวเรส คงไม่ใช่ผู้เล่นอุรุกวัยคนสุดท้ายของสโมสรแห่งนี้ เวลาจะบอกกับแฟนบอลทั่วโลกว่า นักเตะอุรุกวัยคนต่อไป ที่ก้าวเข้ามาประสบความสำเร็จกับ แอตเลติโก มาดริด คือใคร ? อดใจรอสักหน่อย เรา

UFABETWINS

คงได้รู้คำตอบนั้นพร้อมกัน พวกเขาผ่านเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้าย จากการยิง 7 ประตู ตลอดทัวร์นาเมนต์ และครองบอลเพียง 47.7 เปอร์เซ็นต์ แต่สามารถแทคเกิลคู่แข่งเฉลี่ย 18 ครั้งต่อเกม และตัดบอลเฉลี่ย 15.8 ครั้งต่อเกม มองให้ลึกลงไป จำนวน 4 จาก 7 ประตูที่อุรุกวัยทำได้ในฟุตบอลโลก 2018 มาจากการเข้าทำด้วยลูกตั้งเตะ มีเพียง 2 ลูกเท่านั้น ที่มาจากโอเพนเพลย์ สวนทางเพื่อนร่วมทวีปอย่าง บราซิล และอาร์เจนตินา ที่ทำประตูจากโอเพนเพลย์ 6 และ 5 ลูก ตาม

ลำดับ หันมาฝั่งของ แอตเลติโก มาดริด ฟุตบอลของทัพตราหมีที่วางรากฐานโดย ดิเอโก ซิมิโอเน กุนซือชาวอาร์เจนตินา มีรูปแบบการเล่นที่คล้ายคลึงกับอุรุกวัย คือให้ความสำคัญกับพละกำลัง, เกมรับ และบอลสวนกลับ เห็นชัดจากความสำเร็จ ฤดูกาล 2013-14 ที่แอตเลติโก มาดริด คว้าแชมป์ลีก ทัพตราหมีครองบอล 49.1 เปอร์เซ็นต์ และยิงประตูรวม 77 เป็นตัวเลขที่น้อยกว่า บาร์เซโลนา หรือ เรอัล มาดริด แต่ใช้ทีเด็ดจากเกมรับที่เสียประตูน้อยที่สุดในลีก 26 ประตู และการโจมตีจากลูกตั้งเตะ 18 ประตู ก็เพียงพอทำให้แอตเลติโก มาดริด คว้าแชมป์ลีกมาครอง

 

คลิ๊กเลย >>> UFABETWINS

อ่านข่าวเพิ่ม >>>  บ้านผลบอล